Kashmir , India . . อินเดียแบบมีหิมะ

สวัสดีค่ะ .. หลังจากที่เราไปเที่ยวอัคราและนิวเดลีมาแล้วในบทความก่อนหน้า ครั้งนี้เราจะพาขึ้นเหนือไปยังดินแดนที่ขนานนามว่าสวิสแลนด์แห่งเอเชีย นั่นก็คือแคว้นแคชเมียร์และจัมมูค่ะ แค้วนนี้อยู่เหนือสุดของประเทศอินเดีย อาณาเขตติดประเทศปากีสถานและจีน ล้อมรอบด้วยเทือกเขาหิมาลัย มีเมืองหลวงชื่อศรีนาการ์ ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม สภาพภูมิอากาศเย็นตลอดปี ส่วนช่วงที่เราไปคือเดือน ม.ค. ปี 2019 อากาศหนาวเย็นมากค่ะ อูณหภูมิต่ำสุดที่เราเจอคือ -10 องศาเซลเซียส มีหิมะปกคลุมทุกพื้นที่ ที่นี่ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ทสำหรับนักท่องเที่ยวนะคะ แต่สามารถใช้ wifi ของที่พักได้แต่สัญญาณก็จะขาดๆหายๆ

การเดินทางคือเราเริ่มจากนิวเดลีค่ะ โดยนั่งเครื่องบินภายในประเทศจากสนามบินอินทิราคานธีไปลงที่สนามบินศรีนาการ์ จากนั้นไกด์ก็พาเราขึ้นรถตู้เทมโปไปยังสถานที่ท่องเที่ยวจุดแรกค่ะ นั่นก็คือ พาฮาลแกรม ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เราโชคดีมากที่วันนั้นเราไปถึงพาฮาลแกรม เพราะมีบางช่วงทางเส้นนี้จะมีหิมะถล่มลงมาปิดถนน รถไม่สามารถวิ่งผ่านได้ เรานั่งรถมองวิวไปพร้อมกับเอามือซุกกระเป๋าเสื้อตลอดเวลา ความรู้สึกตอนนั้นทั้งหนาวและเหงาจับใจ อาจจะด้วยเพราะบรรยากาศทำให้ความรู้สึกเราคล้อยตาม ส่วนวิวข้างทางนั้นสวยงามมากๆเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังที่เราชอบดู วิวข้างหน้าเป็นเทือกเขาหิมาลัย รายล้อมไปด้วยภูเขาหิมะ มีลำธารที่เกาะตัวเป็นน้ำแข็งมีก้อนหินที่หิมะโปรยตกลงมาใส่ทำให้รูปทรงคล้ายกับขนมปัง มันดีมากจริงๆ …

และแล้วเราก็มาถึง “พาฮาลแกรม” ค่ะ ที่นี่คือหุบเขาแกะ หรือ หมู่บ้านคนเลี้ยงแกะ ห่างจากตัวเมืองศรีนาการ์มา 90 กม. เป็นอีกหนึ่งสถานที่ตากอากาศของนักท่องเที่ยว ซึ่งตอนที่เราไปเราไม่เจอแกะมากนักก็เพราะว่าเป็นฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุมไม่มีหญ้าให้แกะกิน ส่วนกิจกรรมเด่นๆของที่นี่ก็คือขี่ม้าชมวิวในหุบเขา เดินเทรคกิ้ง หรือมาปิกนิก ถ่ายรูปกันเพลินๆค่ะ ไกด์พาเรามาพักหนาวกันในโรงแรมก่อน เพื่อที่จะไปขี่มาชมวิวกัน ซึ่งม้าก็คือม้าโพนีหรือม้าแคระ มีคนจูงให้แต่คนจูงก็ไม่ได้จูงสักเท่าไหร่เพราะว่าต้องดูแลม้าหลายตัว ม้าก็มีเดินบาง วิ่งเหยาะบ้าง วิ่งเร็วบ้าง ตอนวิ่งเร็วนี่เรากรี๊ดลั่นเลย แต่คนจูงก็วิ่งมาต้อนม้าไว้ทัน ส่วนวิวโดยรอบๆนั้นสวยงามมากราวกับในหนังที่เราเคยดูอีกแล้ว เป็นวิวต้นสนเกาะไปด้วยหิมะ ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาหิมาลัย ส่วนอากาศไม่ต้องพูดถึง หนาวเย็นมาก มือเราแข็งจนไม่สามารถหยิบจับอะไรได้นอกจากที่จับตรงอานม้า . .

จากนั้นเราก็เดินทางไปยังที่พักค่ะ ซึ่งที่พักของเราเป็นบ้านเรือ ในอดีตสมัยยุคล่าอาณานิคม บ้านเรือก็คือที่พักอาศัยของชนชาวอังกฤษเพราะในยุคนั้นทางการของอินเดียไม่อนุญาติให้ชนชาติอื่นสร้างที่อยู่อาศัยบนแผ่นดินได้ ชาวอังกฤษจึงสร้างบ้านเรืออาศัยลอยลำอยู่ในทะเลสาบค่ะ ต่อมาได้ดัดแปลงเป็นบ้านชาวบ้านและเป็นที่พักให้กับนักท่องเที่ยว เรียกได้ว่าบ้านเรือนั้นเป็นเอกลักษณ์ของแคชเมียร์เลยก็ว่าได้ ส่วนบ้านเรือที่เราพักนั้นตั้งอยู่ในทะเลสาบดาล ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในเมืองศรีนาการ์

วิธีการเดินทางไปบ้านเรือนั้น พ่อบ้านประจำบ้านเรือจะนำเรือชิคารามารับเรา เรือชิคารานั้นเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของที่นี่เช่นกัน เป็นเรือที่ชาวบ้านใช้หล่อเลี้ยงชีวิตพวกเขาในทะเลสาบแห่งนี้มาอย่างยาวนาน ใช้เป็นยานพาหนะด้วย อีกทั้งยังใช้ขายสินค้าพื้นเมือง ขายอาหาร ขายผัก ขายดอกไม้ ขายทุกอย่าง คล้ายกับตลาดน้ำดำเนินสะดวกบ้านเรา ถ้าเรานั่งแล้วมีเรือขายของพายมาประกบเราทั้ง 2 ข้าง ไม่ต้องตกใจ เพราะตรงนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว คนที่นี่จึงมีอาชีพค้าขาย ส่วนของที่มาขายนั้นมีทุกอย่าง ทั้งผ้าพันคอ เครื่องประดับ กระเป๋า เสื้อหนัง เป็นต้น ราคาย่อมเยาว์สามารถต่อได้อีกนะคะ แล้วพ่อค้าก็น่ารักไม่เอาเปรียบ ทอนเงินครบไม่มีตุกติกด้วยค่ะ

ส่วนตัวบ้านเรือนั้น ภายในตกแต่งหรูหราด้วยสไตล์อินเดีย ปูพรม แบ่งเป็นสัดส่วน ห้องนอน 4 ห้องมีห้องน้ำในตัว ห้องรับประทานอาหาร ห้องนั่งเล่น มีฮีทเตอร์คลายความหนาว อีกอย่างที่เราชอบก็คือมีฮีทเตอร์ขนาดเล็กสอดไว้ใต้ผ้าห่ม ที่สำคัญมีพ่อบ้านคอยบริการเราตลอดเวลา ทั้งทำกับข้าวให้กินทั้ง 3 มื้อ เติมฟืนในฮีทเตอร์ บริการเราเหมือนเราเป็นมหาราณี และเมนูที่พ่อบ้านทำให้เรากินก็คืออาหารไทยค่ะ เพราะที่นี่มีคนไทยไปเที่ยวเยอะ จึงมีอาหารไทยบริการนักท่องเที่ยว กับข้าวก็เมนูพื้นฐาน ไข่เจียว ต้มจืด ข้าวต้มกุ๊ย แต่ก็มีเมนูอินเดียโผล่ๆมาบ้างค่ะ

เราพักกันที่บ้านเรือ 2 คืนค่ะ ที่นี่มี Wifi ให้ติดต่อกับโลกภายนอกอยู่บ้าง อัพรูปโพสเฟสบุ้ค วีดีโอคอลหาทางบ้าน แต่เรื่องของไฟฟ้ายังมีติดๆดับๆ และดับเป็นเวลาอยู่ค่ะ พอ 4 ทุ่ม พ่อบ้านก็จะมาเช็คฟืนในเตาผิง หรือ ฮีทเตอร์แฮนด์เมด (ชื่อนี้เราเรียกเอง) ถ้าห้องไม่หนาวเท่าไหร่หรือหนาวแบบทนได้ เราแนะนำว่าไม่ต้องเติมค่ะ เพราะถ้าเติมช่วงแรกคือจะอุ่นถึงค่อนข้างร้อนเลยอารมณ์แบบถูกอบเป็นไก่ย่าง และเหม็นกลิ่นควัน ส่วนกิจกรรมในบ้านเรือหลังรับประทานอาหารเย็นเสร็จก็คือ ช้อปปิ้ง ค่ะ จะมีพ่อค้าขึ้นมาขายของกันถึงบนบ้านเลย มีทั้งเครื่องประดับ ผ้าพันคอ นาฬิกา ซื้อของกันสนุกสนาน ช้อปเสร็จก็เข้านอนด้วยอากาศอันหนาวเหน็บ..

ตื่นเช้ามาด้วยอากาศที่สดชื่น เราได้ออกไปสูดอากาศที่หน้าบ้าน ยืนอยู่สักพักก็มีพ่อค้ามาจู่โจ่มว่าถ่ายรูปมั้ย เค้ามีบริการถ่ายรูปโดยมีชุดพื้นเมืองให้ใส่ ถ่ายในเรือชิคารา วิวด้านหลังเป็นภูเขาหิมะสวยงาม สนนราคาประมาณ 150 บ. ได้รูป 3 รูป ซึ่งเค้าอัดมาให้เราเลยและมาส่งให้ตอนเย็นพร้อมรับเงิน เราทนความตื๊อของพ้อค้าไม่ไหวเลยจัดให้ไป 1 เซทค่ะ

ส่วนแพลนวันนี้ไกด์จะพาเราไปกุลมาร์คค่ะ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อ

ฝากติดตามกันในบทความหน้าด้วยนะคะ ลากันไปด้วยภาพพ่อบ้านประจำเรือน่ารักๆ กันค่ะ

Thank for read Menamuiontheworld

menamuiontheworld_facebook_social_b

Leave a comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.