เกาะยาวน้อย เป็นอีก 1 เกาะที่เราอยากไปมาก อยากไปนอนดูวิวป่าเกาะ ไปนอนเฉยๆ พักผ่อนจริงๆ ไม่ต้องทำ Activity อะไรมาก เกาะยาวน้อยเป็นเกาะที่เงียบสงบ ไม่วุ่นวาย ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ คงวิถีชีวิตของชาวเกาะได้เป็นอย่างดีไม่เลือนลางตามกาลเวลา เกาะยาวน้อยตั้งอยู่ในจังหวัดพังงา แต่สามารถไปได้ถ้า 3 ทางเลย ได้แก่ พังงา กระบี่ และภูเก็ต แต่เราไปทางพังงา ขึ้นจากท่าเรือท่าด่าน ท่าเรือเดียวกันกับไปเกาะปันหยีและอ่าวพังงา รอบเรือจะออกเวลา 8.00 น. กับ 16.00 น. ราคาตั๋วเรืออยู่ที่รอบล่ะ 250 บ. (อัพเดท ธ.ค. 2020 ) สามารถโทรสอบถามข้อมูลที่เบอร์ในรูปด้านล่างได้เลย

เราเลือกไปตอนเช้า 8 โมงเลยค่ะ พอมาถึงท่าเรือท่าด่านก็หาอะไรกินรองท้องก่อน มีร้านขายอาหารเช้าทั้ง เนื้อย่าง ไก่ทอด ข้าวเหนียวหอมเจียวร้อนๆ อร่อยมาก พวกชา กาแฟ ไข่ลวก ก็มีพร้อม
พอได้เวลาก็ขึ้นเรือเดินทางแล้วค่ะ จะเป็นเรือสปีดโบ้ท นั่งเพียง 45 นาทีก็ถึงแล้ว พอขึ้นฝั่งท่าเรือมาเนาะ ก็ขึ้นสองแถวต่อไปที่พัก บอกคนขับว่าจะไปไหน เขาก็จะตีราคาให้ ส่วนเราไปพักแถวฝั่งท่าเขา อ้อมไปอีกฝั่ง ก็สนนราคาที่ 150 บ.
เราเลือกพักที่ท่าเขาเบย์วิว ซึ่งเป็นที่พักในใจเราที่อยากมาพักนานมากแล้ว เราเห็นที่นี่จากรายการติดเกาะของพี่เรย์ แมคโดนัลด์ แล้วชื่นชอบมาก ด้วยวิวที่เห็นจากหน้าที่พักและราคาห้องที่น่ารัก จับต้องได้ เริ่มต้นด้วยหลักร้อยแต่วิวหลักล้านมาก ซึ่งเป็นวิวกับที่พักหลักแสนเลย ครั้งนี้เราพักที่นี่ 1 คืน จองล่วงหน้ามาจากเวป Agoda ในราคา 500 กว่าบาท


ห้องพักที่นี่จะมีอยู่ประมาณ 10 ห้อง มีทั้งห้องแอร์และพัดลม ตั้งอยู่บนเขา ลดหลั่นระดับกันไป แต่ทุกห้องจะเห็นวิวทะเล เราได้ห้องพักชื่อ กระเช้าสีดา อยู่ด้านหน้าเลย เป็นห้องพักห้องแรกของที่นี่ตามคำบอกเล่าของ ก๊ะเจ้าของที่พัก ซึ่งก๊ะเจ้าของ ใจดีมากๆ พูดคุยเป็นกันเองเหมือนเรามาพักบ้านญาติยังไงยังงั้น เรามาถึงตอน 10 โมงเช้า ก่อนเวลาเชคอิน แต่เขาก็ใจดีให้เราได้เข้าที่พักก่อนเลย ห้องที่เราพักไม่มีแอร์นะคะ มีแต่พัดลม แต่มี 2 ตัวทั้งพัดลมตั้งพื้นและพัดลมติดผนัง แต่กลางคืนอากาศเย็นสบาย เราเปิดแค่พัดลมติดผนังแค่ตัวเดียว นอนหลับสบายเลยค่ะ ไม่มีทีวีแต่มี Wifi น่ะ มีตู้เย็น มีเตียงและมุ้งไว้กันยุงกันแมลง เพราะที่พักค่อนข้างใกล้ชิดกับธรรมชาติมาก
ส่วนบริเวณด้านนอกห้องพักจะเป็นนอกชาน มีโต๊ะ เก้าอี้ และเปลญวณ ไว้นอนหย่อนใจรับลมทะเล เหมาะกับวันพักผ่อนสบายๆ สามารถนอนเล่นบนเปลญวณได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

นอกจากที่นี่จะเป็นที่พักแล้ว ก็ยังเป็นร้านอาหารอีกด้วย ราคาเริ่มต้นที่ 80 บาทขึ้นไป มาตรฐานราคาตามเกาะ มีหลากหลายเมนูด้วยกัน ทั้งคาว หวาน น้ำผลไม้ จัดเต็ม เรียกได้ว่าไม่ต้องไปไหนกันแล้วค่ะ หิวเมื่อไหร่ก็สั่งอาหารได้เลย นอกจากจะอิ่มอาหารแล้ว เราก็อิ่มบรรยากาศอีกด้วยเพราะวิวที่อยู่ตรงหน้าช่างดีเหลือเกิน




พอตกบ่ายๆ เราก็ถามก๊ะ เจ้าของที่พักว่า แถวนี้มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง ก๊ะก็แนะนำเราว่าให้เดินไปน้ำตกท่าเขา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พัก และเดินต่อไปเรื่อยๆจะเจอ ชมรมทำผ้าบาติกและร้านขายของที่ระลึก แล้วก๊ะก็เล่าต่อไปว่า ที่เกาะยาวน้อยเป็นชุมชนมุสลิมที่อาศัยอยู่ที่นี่มานาน ได้รวมกลุ่มจัดตั้งโฮมสเตย์ขึ้นมา เป็นชุมชน Otop เพื่อการท่องเที่ยว และทำเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ก่อนหน้าโควิด ที่เกาะนี้เป็นที่รู้จักแก่ชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ยังไม่เป็นที่นิยมแก่คนไทย เพราะครั้งหนึ่งมีฝรั่งได้พายเรือคายัคมาจากกระบี่ และมาหมดแรง เสื้อผ้าขาดลุ่ย อยู่ที่ชายหาดท่าเขา หน้าที่พักท่าเขาเบย์วิว ก๊ะเจ้าของที่พักและชาวบ้านเห็นจึงช่วยเหลือไว้ ทั้งหาข้าวหาน้ำ ให้อาบน้ำอาบท่า ให้ที่พัก ฝรั่งคนนั้นประทับใจน้ำใจของคนไทยมาก จึงกลับไปเขียนบทความลงหนังสือ มาทราบทีหลังว่าฝรั่งคนนั้นเป็นนักเขียนที่เยอรมัน ที่นี่จึงเป็นเกาะที่ฮิตมากในคนเยอรมัน
ส่วนกิจกรรมในวันนี้ เราคิดว่าจะเดินไปน้ำตกท่าเขาแล้วเดินเล่นดูวิวหาดบ้านท่าเขา ถ่ายรูป เรื่อยเปื่อยค่ะ ไม่มีกิจกรรมอะไรมากเพราะอยากมาพักผ่อนจริงๆ น้ำตกท่าเขาเป็นน้ำตกขนาดกลางที่ซุกซ่อนความสวยงาม ความอุดมสมบูรณ์เอาไว้ เสียดายตอนที่เราไปน้ำแห้งไปหน่อย แต่ก็ยังมีความเย็น ความชุ่มฉ่ำให้สัมผัสอยู่ไม่น้อย


เมื่อดื่มด่ำกับน้ำตกเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินเล่นถ่ายรูปสักนิด ซึ่งวิวบริเวณหาดท่าเขาจะเห็นวิวป่าเกาะ ป่าเกาะตรงนั้นคือเกาะห้องในจังหวัดกระบี่ เขาหินปูน ตั้งเรียงราย สวยงาม ราวกับมีการจัดวาง ถ้าใครมีกล้องเลนส์ดีๆคงถ่ายรูปออกมาสวยมากทีเดียว หาดท่าเขาช่วงน้ำลงคือลงเยอะมาก ชายหาดกว้างเห็นสันทราย สามารถเดินข้ามไปเกาะเล็กๆได้




ตัดภาพมาวันที่ 2 วันนี้ได้เวลาเชคเอาท์แล้ว ซึ่งเวลาเชคเอาท์คือเที่ยงตรง แต่ก่อนที่จะโบกมือลาเกาะยาวน้อยเราก็ได้ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งสามารถดูได้จากหน้าห้องพักเลย สวยและบรรยากาศดีมากเลยค่ะ แสงอาทิตย์กระทบกับผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ ไม่เสียดายเลยที่ต้องฮึ่บตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่




พอเสพบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นเสร็จแล้ว เราก็เข้าไปนอนต่อสักแปปจนลืมไปกินข้าวเช้า พอเชคเอาท์ ก๊ะเจ้าของที่พักก็ให้ข้าวเหนียวมะม่วงเราไปกินระหว่างทาง เขาเห็นว่าเราไม่ได้มากินข้าวเช้า กลัวจะหิว ใส่ใจมากๆเปรียบเสมือนญาติมิตรจริงๆค่ะ แล้วก๊ะจะมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง เอาไว้ให้คนที่มาพักเขียนความประทับใจ เป็นอะไรที่น่ารักและอบอุ่นมาก ประทับใจจนเราตั้งใจว่าจะกลับไปเยือนอีกแน่นอน

ก๊ะ เจ้าของที่พัก 

พอร่ำลากับก๊ะเจ้าของที่พักและก๊ะคนอื่นๆ ก๊ะก็เรียกรถสองแถวให้เราไปส่งที่ท่าเรือค่ะ สนน ราคา 100 บ. ซึ่งเราจะกลับไปทางภูเก็ต เพราะสะดวกกว่าในการไปขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพ ค่าเรือจากเกาะยาวน้อยกลับไปภูเก็ต สนน ราคา 200 บาท ถูกกว่าขามา เพราะระยะทางจะใกล้กว่าทางพังงา เป็นเรือสปีดโบ้ทเหมือนกัน นั่งประมาณ 30 นาที ก็มาถึงฝั่งแล้ว เรือมาเทียบท่าที่ท่าเรือบางโรงค่ะ

จบแล้วค่ะสำหรับทริปเกาะยาวน้อย เรารู้สึกประทับใจและชอบเกาะนี้มาก เพราะเป็นเกาะที่เงียบสงบจริงๆ เหมาะแก่การพักผ่อน นอนเฉยๆ ปล่อยสมองโล่ง ฟังเพลงวนไป ไม่ต้องคิดอะไรมาก ส่วนใครอยากที่จะทำกิจกรรมอื่นๆก็มีเช่นกัน ทั้งขับรถเล่นรอบเกาะ ดูวิถีชีวิตผู้คน ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ดำน้ำ ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้ เราสามารถให้ที่พักติดต่อให้ได้เลย สะดวกมากๆ
แล้วเจอกันใหม่. . . เกาะยาวน้อย





















